นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมงานสโมสรสันนิบาต ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569
.
วันนี้ (4 พฤษภาคม 2569) เวลา 19:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี องคมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน คณะทูตานุทูต ผู้บริหารส่วนราชการระดับสูง และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน พร้อมคู่สมรส ร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในงานฯ ดังกล่าว
.
โอกาสนี้ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่ เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย
.
งานสโมสรสันนิบาต คือ งานชุมนุมใหญ่อย่างเป็นทางการ มีลักษณะรูปแบบงานเลี้ยงรับรอง ซึ่งรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล พุทธศักราช 2569 โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การกล่าวถวายพระพรชัยมงคล การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา โดยกำหนดการแต่งกายของข้าราชการ เครื่องแบบเต็มยศ (ไว้ทุกข์) สายสะพายชั้นสูงสุดประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด
.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 โดยพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ ความว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุดแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" ซึ่งตลอดระยะเวลา 11 ปีแห่งการทรงราชย์ พระองค์ได้ทรงเป็นพระประมุขแห่งราชอาณาจักไทยผู้ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงโครงการส่วนพระองค์ที่พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ยังความผาสุกร่มเย็นแก่ปวงชนชาวไทย สมณผู้ทรงศีลทั่วขอบขัณฑสีมา อีกทั้งทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศทั่วโลกนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันแนบแน่นในระดับสากล และในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริ พระบรมราชวินิจฉัย และพระราชทรัพย์ให้แก่รัฐบาล ตลอดจนพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นพลวปัจจัยให้การแก้ไขปัญหาสามารถบรรเทาคลี่คลายสถานการณ์ให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว นำมาซึ่งความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
.
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นประธานแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ผู้ทำความดีความชอบให้กับชาติบ้านเมือง ทั้งข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อุทิศทุ่มเทปฏิบัติราชการด้วยความมุ่งมั่น ตลอดจนประชาชนผู้ประกอบกิจการหรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและราชอาณาจักรไทย ทั้งกิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือผู้บริจาคเงิน/ทรัพย์สิน เพื่อการสาธารณประโยชน์ ตามที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งโดยทั่วไปมี 3 ตระกูล ได้แก่ 1. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มีจำนวน 8 ชั้น 2. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย มีจำนวน 8 ชั้น
และ 3. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ มีจำนวน 7 ชั้น
ภาพ/ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่