ผู้ว่ากระบี่ ควง รอง ผบ.ตร. ลุยล้างบางครั้งใหญ่ ปราบทุนนอมินี บิ๊กราญ ชื่นชมกระบี่ องค์ความรู้ครูต้นแบบปราบนอมินี

ผู้ว่ากระบี่ ควง รอง ผบ.ตร. ลุยล้างบางครั้งใหญ่ ปราบทุนนอมินี บิ๊กราญ ชื่นชมกระบี่ องค์ความรู้ครูต้นแบบปราบนอมินี

วันนี้ (20 มิถุนายน 2569) นายอังกูร

ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 200 นาย

เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ตรวจค้น ธุรกิจผิดกฎหมายเข้าข่ายนอมินีจำนวน 20 จุดโดยมีเครือข่ายต้องสงสัยถือหุ้นนอมินีจำนวน 14 จุด และต่างด้าวถือครองที่ดินผิดกฎหมายประมวลที่ดินอีกจำนวน 6 จุด

ช่วงเช้า ผู้ว่ากระบี่ นำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะโรงแรมสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีการโฆษณาและจัดกิจกรรมในรูปแบบ “เปลือยกาย” (Naturist Resort) ภายในสถานที่พัก รวมถึงบริเวณชายหาดส่วนบุคคลและพื้นที่ชายหาดลับในบริเวณใกล้เคียง จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่หรือครอบครองสื่อลามกอนาจาร พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบขยายผลไปยังบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ช่วงบ่าย ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ร่วมกับ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเครือข่ายบริษัทพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ พูลวิลล่าหรู ของนักลงทุนชาวโปแลนด์ มีทุนจดทะเบียนเพียง 4 ล้านบาท แต่ถือครองที่ดินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางการควบคุมกิจการของชาวต่างชาติ โครงการตั้งอยู่ในทำเลทอง อาทิเช่น เหนือคลอง, หนองทะเล และ เขาทอง ขายในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท

จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริง บริษัทดังกล่าว มี น.ส.คาทาจีนาฯ และ นายคามิลฯ (สามี) เป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง

นอกจากนี้ มีการทลายเครือข่ายธุรกิจทัวร์และการบันเทิงในจังหวัดกระบี่ พบการใช้เอกสารเท็จและนำชื่อผู้เสียชีวิตมาใช้ในการจดทะเบียนนิติบุคคล โดยมีบุคคลในวิชาชีพกฎหมายและบัญชีเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะ “ต้นน้ำขบวนการนอมินี”

นอกจากนี้ มีการจับกุม ห้างหุ้นส่วนจำกัด กันจ์ ฯ ประกอบกิจการด้านความบันเทิงและให้บริการด้านดนตรีใน จว.กระบี่ มี นายสเตฟานัดฯ สัญชาติแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าของ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นาย ว. ทนายความ และ นาง ส. ผู้สอบบัญชี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ต้นน้ำ” ของขบวนการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่ามีการนำลายมือชื่อของบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว มาใช้ในเอกสารทางราชการและเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จและอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว จากการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นเวลา 15.00 น. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะ ได้แถลงผลการดำเนินคดีเครือข่ายนอมินีในจังหวัดกระบี่ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมายจับ หมายค้น 13 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 40 หมายเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 27 คน ชาวต่างชาติ 11 คน (อิสราเอล 6 คน, โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 1 คน)

กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท ศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.

ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ได้กล่าวชื่นชม แนวทางการทำงานปราบปรามเครือข่ายนอมินี ของตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ต่อเนื่อง และได้ใช้องค์ความรู้การทำงานจากการทำคดีของกระบี่ ไปขยายผลปราบปรามนอมินีที่เกาะพะงัน เกิดเป็น"พะงันโมเดล" โดยทางตำรวจจะได้บูรณาการทำงานกับกรมพัฒนาธุรกิจที่การค้า และกรมที่ดิน เพื่อนำข้อมูลมาสืบสวนขยายผล เครือข่ายต้องสงสัยทุนนอมินี ไม่ว่าผลของคดีจะออกมาอย่างไร เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการต่ออย่างเข้มข้น ส่วนการควบคุมตัวผู้ต้องหาขอให้ดำเนินการตามระเบียบไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ หากได้รับการประกันตัวแล้วขอให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ติดตามตัวต่อเพื่อ เก็บรายละเอียดให้รัดกุม และเชื่อมั่นว่า แนวทางการดำเนินคดีกับทุนนอมินีของจังหวัดกระบี่ ถือเป็นองค์ความรู้ต้นแบบซึ่งสามารถเป็นครู นำไปใช้ขยายผลในที่อื่นได้ต่อไป…/

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar