สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่ จังหวัดกระบี่
วันนี้ (๒๓ กันยายน ๒๕๖๙) เวลา ๐๙:๒๓ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ถึงท่าอากาศยานกระบี่ อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ โดยมี นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายธวัฒชัย พลายด้วง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ พลตรี เกรียงศักดิ์ วัฒนเกริก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๔๓ พลตำรวจตรี สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และนางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ
โอกาสนี้ นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่า กาชาดจังหวัดกระบี่ พร้อมคณะ ได้ร่วมทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคาร 2 ประตู 9 ท่าอากาศยานกระบี่ โดยมี นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ และนางสาวศิริพร ศรีวิชัย ภริยารองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ทูลเกล้าถวายพวงมาลัย
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโถงภายในอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารองค์กรในจังหวัดกระบี่ อาทิ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน นางสาวศศิธร กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ ตลอดจนข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ หนังสือที่ระลึกและของที่ระลึก อธิบดีกรมท่าอากาศยานกราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย "อาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่"
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการชุด "เปิดประตูอันดามัน เชื่อมน่านฟ้า ไร้พรมแดน" โดยแสดงประวัติความเป็นมาของท่าอากาศยานกระบี่ โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรม ศักยภาพในการรองรับผู้โดยสาร และบทบาทของท่าอากาศยานกระบี่ ในการเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหาร และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก
จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ท่าอากาศยานกระบี่ เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ไปยังอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
ทั้งนี้ เดิม ท่าอากาศยานกระบี่มีอาคารที่พักผู้โดยสาร ๒ อาคาร ได้แก่ อาคารที่พักผู้โดยสารระหว่างประเทศและอาคารที่พักผู้โดยสารภายในประเทศ พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ ๒๖,๐๐๐ ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารรวมประมาณ ๑,๕๐๐ คนต่อชั่วโมง หรือประมาณ ๔ ล้านคนต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น กรมท่าอากาศยาน จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ ๓ พร้อมปรับปรุงและต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสารเดิมทั้ง ๒ อาคาร และเชื่อมต่อเป็นอาคารเดียวกัน ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ ๖๖,๐๐๐ ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๓,๐๐๐ คนต่อชั่วโมง หรือ ๘ ล้านคนต่อปี ทางขับขนาด ๔๕ x ๓,๐๐๐ เมตร ลานจอดอากาศยานสามารถรองรับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ Boing ๗๓๗ หรือ Airbus ๓๒๐ ได้ ๓๔ ลำ และมีอาคารจอดรถยนต์หลังใหม่สามารถรองรับรถยนต์ได้ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ คัน พร้อมทางเชื่อมเข้าสู่อาคารที่พักผู้โดยสาร เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๑ แล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม ๓๕๖๗ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น ๒,๙๒๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท เปิดให้บริการอย่างเต็มระบบ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๘ เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกระบี่และภาคใต้ฝั่งอันดามันของไทย
สำหรับแนวคิดการออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เน้นให้อาคารที่พักผู้โดยสารเป็นเสมือนแลนมาร์คที่โดดเด่น สื่อถึงวัฒนธรรมของจังหวัดกระบี่และภาคใต้ ผนวกกับการสื่อถึงการพัฒนาในโลกยุคปัจจุบันเชื่อมโยงไปสู่อนาคต สิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ในแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ "เรือหัวโทง" ซึ่งปัจจุบัน ชาวประมงใช้ในการประกอบอาชีพอย่างแพร่หลายและขยายการใช้งานรับส่งนักท่องเที่ยว เรือหัวโทง จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ โดยได้นำเรือหัวโทงมาปรับรูปแบบให้ทันสมัย นำเสนอเป็นสถาปัตยกรรมภายนอกอาคารท่าอากาศยานกระบี่ ส่วนการออกแบบภายในนำโทนสีธรรมชาติของทะเลเป็นโทนสีหลัก ประกอบด้วยสีฟ้า สีขาวครีม และสีเขียว
ปัจจุบัน ท่าอากาศยานกระบี่มีเที่ยวบินภายในประเทศให้บริการโดยการบินไทย ไทยเวียตเจ็ท บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ และไทยไลอ้อนแอร์ รวม ๑๒๔ เที่ยวบิน/สัปดาห์ และเที่ยวบินระหว่างประเทศโดยสายการบินแอร์เอเชีย ไฟร์ฟลาย ฟลายดูไบ และสกู๊ต รวม ๒๘ เที่ยวบิน/สัปดาห์
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานกระบี่ถือว่า เป็นประตูสู่อันดามันที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาค ทั่วโลก ด้วยศักยภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในระดับภูมิภาคให้ก้าวสู่ระดับโลกต่อไป
ภาพ/ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากกรมท่าอากาศยาน