ผู้ว่าฯ กระบี่ พร้อมปลัดจ.กระบี่ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 พื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน ส่งเสริมเยาวชนชายแดนใต้เรียนรู้วิถีพหุวัฒนธรรม

ผู้ว่าฯ กระบี่ พร้อมปลัดจ.กระบี่ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 พื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน ส่งเสริมเยาวชนชายแดนใต้เรียนรู้วิถีพหุวัฒนธรรม

 

วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) เวลา 14:00 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 พื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมี นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ นายวิชัย ศรีขวัญ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ร้อยตำรวจโท อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิฯ นายเอกรัฐ หลีเส็น รองเลขาธิการมูลนิธิฯ นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายวิทิต เที่ยงไทย ปลัดจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย ผู้บริหารจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้แทนส่วนราชการ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และครอบครัวอุปถัมภ์ เข้าร่วมพิธีฯ 

 

พลเอก สุรยุทธ์ กล่าวให้โอวาทว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งได้วางรากฐานสำคัญให้โครงการดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจถึง “ความเป็นไทย” และ “ความเป็นธรรม” ตลอดจนการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจและเคารพความแตกต่าง พร้อมยึดมั่นคำขวัญ “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” และนำหลักคิดดังกล่าวไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและประเทศชาติ

 

สำหรับโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 เปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ผ่านการเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน รวมถึงการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข ภายในพิธีมีการมอบโล่แก่ผู้สนับสนุนโครงการ และมอบเสื้อโครงการแก่เยาวชน ก่อนส่งมอบเยาวชนเข้าสู่การดูแลของครอบครัวอุปถัมภ์ โดย พลเอก สุรยุทธ์ ได้เน้นย้ำให้เยาวชนนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปพัฒนาบ้านเกิด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมตามปณิธาน “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”

 

ภายหลังพิธีเปิด เยาวชน 120 คน จะเข้าพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์เป็นเวลา 15 วัน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดจัดพิธีปิดโครงการในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 และส่งเยาวชนเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมนำความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนความประทับใจกลับไปต่อยอดในการพัฒนาชุมชนและสังคมในพื้นที่ของตนเอง

 

ขอบคุณภาพ/ข่าว : สวท.พังงา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar