ตำรวจภูธรภาค 8 เปิดปฏิบัติการ "Nominee Crackdown" ทลายธุรกิจต่างชาติใช้นอมินีไทย ค้น 5 จุด หมายจับ 28 หมาย ตรวจสอบทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 88 ล้านบาท ! ปกป้องเศรษฐกิจไทย คืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการสุจริต
วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) เวลา 11:30 น. นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พลตำรวจโท วิมล พิทักษ์บูรพา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดปฏิบัติการ "Nominee Crackdown" ในพื้นที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีต้องสงสัยว่า ใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่ออำพรางการถือหุ้นและการดำเนินธุรกิจ
จากการสืบสวนที่ผ่านมา พบข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหลายประเภทที่ต้องได้รับการตรวจสอบ ทั้งกิจการโรงแรม ที่พัก ร้านจำหน่ายสินค้า และร้านอาหาร โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารกิจการและผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
พลตำรวจโท วิมล พิทักษ์บูรพา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดกระบี่ ทั้งฝ่ายปกครอง พาณิชย์จังหวัด สรรพากรจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ศุลกากรจังหวัด จัดหางานจังหวัด ฯลฯ มีเป้าหมาย เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจไทย สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้การใช้คนไทยเป็นนอมินีกลายเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า จะสืบสวน ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ตามพยานหลักฐาน
โดยได้สืบสวนพบข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลสัญชาติอินเดียหลายกิจการใน 5 จุด ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พัก บริษัท วูปเปอร์ส ฮอสพิแทลลิตี้ จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่พักภายใต้ชื่อ Whoopers Hostel โดยพบข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าว ก่อตั้งในประเทศอินเดียเป็นเวลาหลายปี ก่อนขยายกิจการมายังประเทศไทย ทั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีมากกว่า 15 สาขา ใน 2 ประเทศ
กลุ่มธุรกิจจำหน่ายสินค้าและวัตถุดิบ บริษัท บาบิต้า จำกัด ประกอบธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอาหาร และเครื่องเทศนำเข้า ของอินเดีย พม่า และเนปาล โดยพบว่า บริษัทมีเงินหมุนเวียนหลักสิบล้านบาทต่อปี จำหน่ายสินค้าแข่งกับร้านของชำคนไทยในพื้นที่
รวมถึงกลุ่มธุรกิจร้านอาหารอินเดีย ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับกิจการร้านอาหารหลายแห่งในพื้นที่อ่าวนาง ได้แก่ Dosa Kitchen, Dosa Kings และ Aonang Namaste พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ดำเนินธุรกิจมากกว่า 10 ปี แต่แจ้งงบขาดทุนต่อเนื่องทุกปี ไม่เคยเสียภาษีนิติบุคคล และพบว่า มีการนำคนไทยเชื้อสายอินเดียมาเป็นนอมินี
ทั้งนี้ มีหมายจับรวม 28 หมาย แยกเป็นคนต่างด้าว 7 หมาย (สัญชาติอินเดีย 5 หมาย และสัญชาติเมียนมาร์ 2 หมาย) และคนไทย 21 หมาย
จากข้อมูลการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบประเด็นต้องตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในนิติบุคคล ทั้งที่อาจมิได้เป็นผู้ลงทุนหรือควบคุมกิจการอย่างแท้จริง ตลอดจนการบริหารจัดการรายได้และผลประโยชน์จากธุรกิจโดยบุคคลต่างด้าวซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมมูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
ภาพ/ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่